แผนยุทธศาสตร์ โรงพยาบาลเปือยน้อย ฉบับปรับปรุง ปี 2561-2564

 

พันธกิจ

ประเด็นยุทธศาสตร์

เป้าประสงค์

กลยุทธ์

KPI

1.พัฒนาระบบบริการสุขภาพที่ได้คุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานอย่างต่อเนื่อ

1. พัฒนาคุณภาพระบบบริการและการส่งต่อ สอดคล้องกับปัญหาสุขภาพของชุมชน

1.เพื่อพัฒนาการบริการโรคที่เป็นปัญหาในพื้นที่อย่างมีคุณภาพ และมีศักยภาพในการให้บริการตามมาตรฐาน Service Plan

1.พัฒนาการดูแลผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังให้สามารถควบคุมอาการอยู่เกณฑ์ปกติ ได้รับการคัดกรองภาวะแทรกซ้อนอย่างครอบคลุม และลดหรือชลอภาวะแทรกซ้อน

2.พัฒนาการดูแลผู้ป่วยโรคติดเชื้อ(Sepsis)ให้เข้าถึงการรักษาอย่างรวดเร็ว ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง ลดอัตราภาวะแทรกซ้อนและการตาย รวมถึงป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ

3.พัฒนางานอนมามัยแม่และเด็กให้สามารถดูแลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4.สนับสนุนเครือข่ายสุขภาพให้มีการใช้ยาอย่างสมเหตุผล สู่ระดับขั้นที่ 3

5.พัฒนาระบบบริการด้านสุขภาพในหน่วยบริการและชุมชนตามปกติวิถีใหม่ New Normal ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID -19

1.ร้อยละของผู้ป่วย DM และ HT ได้รับการคัดกรอง CKD ≥ ร้อยละ 90

2.ร้อยละการคุมระดับน้ำตาลได้ดี FBS

3.ร้อยละผู้ป่วย HT ที่ควบคุมความดันโลหิต ได้ไม่เกิน130/80 mmHg

4.ร้อยละผู้ป่วยเบาหวานมีภาวะแทรกซ้อนทางไตระดับ 3 ขึ้นไป

5.ร้อยละผู้ป่วยเบาหวานมีภาวะแทรกซ้อนระบบประสาท neuropathy

6.ร้อยละของผู้สูงอายุ 60 ปี ขึ้นไป ได้รับการคัดกรอง Cataract ≥ ร้อยละ 80

7.ร้อยละของผู้ป่วย CKD ที่มีอัตราลดลงของ eGFR<4ml/min/1.73m2/yr ≥ ร้อยละ 65

8.อัตราทารกแรกเกิดขาดออกซิเจน (ต่อพันประชากร)

9.ร้อยละทารกแรกเกิดน้ำหนักน้อยกว่า2,500 กรัม

10.อัตรา readmit ภายใน 28 วัน

11.ผู้ป่วย Sepsis ได้รับ ATB ภายใน 1 ชั่วโมง

12.ผู้ป่วยเสียชีวิตจากติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis)

13.ระดับความสำเร็จการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลและควบคุมการดื้อยาต้านจุลชีพของโรงพยาบาลและ รพ.สต. : (RDU)”

14.ร้อยละของผู้รับบริการ มีความพึงพอใจต่อ การบริการ(Satisfaction Index) ในระดับที่ดีและดีมาก

15.ประชาชนที่เข้ารับบริการในโรงพยาบาลมีการรรับรู้ เข้าใจในการป้องกันโรค COVID-19 มากกว่าร้อยละ 95

16.การให้บริการในคลินิก ARI สามารถดำเนินการได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน

 

 

2.เพื่อพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินและระบบส่งต่อให้ได้มาตรฐาน

5.พัฒนาการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉิน(AMI, Stroke, Trauma) ให้เข้าถึงบริการได้รวดเร็วและได้รับดูแลที่ถูกต้อง เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนและการตาย

6.พัฒนาระบบ ECS ให้มีคุณภาพ

 

17.ร้อยละผู้ป่วยที่สงสัยมีภาวะหัวใจขาดเลือดได้รับการทำ EKG ภายใน 10นาที (door to EKG)

18.การเสียชีวิตของผู้ป่วย acute MI ใน ร.พ.   

19.ร้อยละของผู้ป่วยวิกฤติ MI, Stroke ที่เข้าถึงระบบ EMS        

20.โรงพยาบาลมีระบบ ECS คุณภาพ  (Emergency care system : ECS) และให้บริการตามมาตรฐาน           

21.อัตราการเสียชีวิตในรพ. รวม

2.สร้างเสริมสุขภาพตามกลุ่มวัย และสร้างความเข็มแข็งของชุมชนและภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพ

2.ส่งเสริม ป้องกัน ควบคุมโรค ภัยสุขภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค

 

3.ประชาชนทุกกลุ่มวัยได้รับการสร้างเสริมสุขภาพเพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพที่สำคัญของพื้นที่ อย่างครอบคลุมและตามเกณฑ์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

7.สนับสนุนและส่งเสริมภาคีเครือข่ายเพื่อการมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพตามกลุ่มวัยที่มีปัญหาได้แก่

1.ลดภาวะซีดในหญิงตั้งครรภ์

2.เพิ่มการตรวจพัฒนาการล่าช้าในเด็ก0-5ปี

3.ป้องกันการตั้งครรภ์ในกลุ่มวัยรุ่น

4.ส่งเสริมหลัก 3อ 2ส ในกลุ่มวัยทำงานเพื่อลด BMI ที่เกินมาตรฐาน

5.พัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุตามกระบวนการ LTC

6.เพิ่มการมีส่วนรวมของภาคีเครือข่ายในการดูแลคนพิการ

7.เด็ก 0-12ปีได้รับการตรวจรักษาโรคฟันผุ

22.ร้อยละของหญิงตั้งครรภ์ได้รับการคัดกรองภาวะเสี่ยง≥ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90

23.ร้อยละของการตั้งครรภ์ซ้ำในวัยรุ่นอายุน้อยกว่า 20 ปี (ไม่เกินร้อยละ10)หรือลดลงร้อยละ 2

24.เด็กวัยเรียน มีส่วนสูงดีรูปร่างสมส่วน ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 70

25.ร้อยละเด็กกลุ่มอายุ 0-12 ปี ฟันดีไม่มีผุ (Cavity free)

26.ร้อยละประชาชนวัยทำงานอายุ 30-44 ปี มีดัชนีมวลกายปกติ (18.5-22.9 ก.ก./ตรม.)

27.ผู้สูงอายุกลุ่มภาวะพึ่งพิง(กลุ่มติดบ้าน ติดเตียง) มีค่าคะแนน ADL เพิ่มขึ้น > 2 คะแนน  

28.อัตราผู้ป่วยความดันโลหิตสูงและ/หรือเบาหวานรายใหม่ จากกลุ่มเสี่ยง

29.ร้อยละของผู้ป่วยยาเสพติดที่หยุดเสพต่อเนื่อง 3 เดือนหลังจำหน่ายจากการบำบัดรักษา

30.ผู้พยายามฆ่าตัวตายได้รับการดูแลช่วยเหลือและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ไม่น้อยกว่าร้อยละ90

31.ร้อยละของผลิตภัณฑ์อาหารสดและอาหารแปรรูปมีความปลอดภัยก่อนนำมาปรุงประกอบอาหารสำรับผู้ป่วย           

 

3.สนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชนและภาคีเครือข่ายในการดูแลสุขภาพ

4.ภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพมีส่วนร่วมในการจัดการสุขภาพ

8.จัดตั้งศูนย์ COC เพื่อดูแล HHC LTC Palliative care ประสานเชื่อมโยง รพ. รพสต. พื้นที่ อย่างไร้รอยต่อ บูรณาการ พชอ.

32.ระดับความสำเร็จของระบบการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง ในเครือข่ายบริการสุขภาพ

33.กลุ่มผู้ป่วยที่เป็นปัญหาได้รับการเยี่ยมบ้านและส่งต่อเพื่อการดูแลต่อเนื่องตามเกณฑ์

3.พัฒนาระบบบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ

4.พัฒนาระบบบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อสนับสนุนการให้บริการ

           

5.เพื่อการบริหารจัดการภายในโรงพยาบาลให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้

9.พัฒนาระบบงานที่สำคัญ ได้แก่ RM, ENV, IC, และ MMS ให้มีประสิทธิภาพ

10.พัฒนาการบริหารการเงินการคลังให้มีประสิทธิภาพ โดยการเพิ่มรายรับ  ลดรายจ่าย

11.พัฒนาระบบการควบคุมภายในให้มีประสิทธิภาพ

34.ความเสี่ยงระดับ G,H,I ได้รับการแก้ไขตามกระบวนการอย่างมีประสิทธิภาพ

35.อัตราการส่งต่อโดยไม่ได้วางแผนในงานผู้ป่วยใน

36.อัตราการเกิดความคลาดเคลื่อนทางยาผู้ป่วยนอก

37.อัตราการเกิดความคลาดเคลื่อนทางยาผู้ป่วยใน

38.อัตรา Administration error

39.ร้อยละการรายงานผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการคลาดเคลื่อน

40.อัตราการติดเชื้อในโรงพยาบาลไม่เกินเกณฑ์

41.ร้อยละของหน่วยงานผ่านเกณฑ์การประเมินระบบควบคุมภายใน (10 หน่วยงาน)

42.หน่วยบริการสุขภาพสามารถจัดการทางการเงินให้อยู่ในภาวะสมดุลวิกฤตการเงินไม่เกินระดับ3

5.พัฒนาบุคลากรให้มีสมรรถนะ และมีความสุขในการทำงาน

 

6.บุคลากรมีความเพียงพอ มีสมรรถนะที่เหมาะสมในการปฏิบัติราชการสอดคล้องกับปัญหาในพื้นที่ มีสุขภาวะดี มีความสุข สถานที่ทำงานน่าอยู่

12.พัฒนาความรู้และทักษะที่สอดคล้องกับ service plan

13.สนับสนุนด้านสวัสดิการแก่บุคลากรอย่างทั่วถึง

14.เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการภายในเรื่องอัตรากำลัง ทำงานทดแทนกันได้ หรือเพิ่มสมรรถนะในงานที่ยังไม่มีบุคลากร

43.ร้อยละแรงจูงใจและขวัญกำลังใจของบุคลากร

44.ร้อยละของความผูกพันต่อองค์กร

 

7.เพื่อให้มีนวัตกรรม/งานวิจัยในการพัฒนาคุณภาพด้านการบริการและการบริหารงาน

15.ส่งเสริมบุคลากรให้พัฒนาระบบบริการ/บริหารงานทั้งในรูปแบบของ งานวิจัย R2R /นวัตกรรม/CQI

45.มีผลงงานวิจัย R2R /นวัตกรรม/CQI/เรื่องเล่าด้านสุขภาพ

6.พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศให้มีประสิทธิภาพ

 

8.เพื่อพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสนองตอบต่อการบริหาร  การบริการและพัฒนาคุณภาพ ให้มีความถูกต้อง น่าเชื่อถือและทันการณ์

16.พัฒนาคุณภาพข้อมูลเทคโนโลยีสารสนเทศให้มีความถูกต้อง น่าเชื่อถือและทันการณ์

46.ร้อยละความสมบูรณ์ของข้อมูล 43 แฟ้ม

47.ร้อยละความสมบูรณ์เวชระเบียนมากกว่า 85